เอ็นกาลาเยล มูเกา มิดฟิลด์ทีมชาติสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ออกมาเปิดเผยความจริงอันเจ็บปวดว่า คริสเตียโน โรนัลโด้ ในวัย 41 ปี ไม่ใช่เสือร้ายคนเดิมอีกต่อไปแล้ว หลังระเบิดฟอร์มไม่ออกในเกมที่โปรตุเกสทำได้แค่เสมอคองโก 1-1 ในศึกฟุตบอลโลก ขณะที่กุนซืออย่าง โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ยังคงดื้อรั้นส่งเขาลงสนามเป็นตัวจริง แม้สถิติจะฟ้องว่าเกมรุกของทีมฝืดเคืองลงอย่างเห็นได้ชัด
ความยิ่งใหญ่ที่เริ่มจางหายไปของ คริสเตียโน โรนัลโด้ นั้นเป็นเรื่องที่เห็นได้อย่างชัดเจนจนน่าปวดใจ แม้กระทั่งดาวเตะจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกยังออกมาเปิดเผยเรื่องราวที่น่าตกใจเกี่ยวกับตัวเขา
คริสเตียโน โรนัลโด้, โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ผู้จัดการทีม และคนอื่นๆ ในแคมป์ทีมชาติโปรตุเกส ดูเหมือนจะยังคงยอมรับความจริงไม่ได้
ดังนั้น หน้าที่ในการพูดความจริงเกี่ยวกับดาวเตะวัย 41 ปีที่เป็นเหมือน "มีม" แต่ก็ยังคงได้ลงสนามเป็นตัวจริงในแดนหน้าให้กับทีมของ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ จึงตกเป็นของ เอ็นกาลาเยล มูเกา ฮีโร่จากทีมชาติคองโก
กองกลางจากสโมสรลีลล์ถูกถามว่า ทีมชาติคองโกได้เตรียมแผนการอะไรเป็นพิเศษเพื่อรับมือกับโรนัลโด้ก่อนเกมประวัติศาสตร์ที่เสมอกัน 1-1 หรือไม่
มูเกา วัย 21 ปี ตอบว่า "พูดตามตรงก็คือ ไม่ค่อยมีครับ เพราะพวกเรารู้ดีว่าเขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว"
"ตอนนี้เขาอายุมากขึ้นแล้ว พอคุณอายุมากขนาดนั้น ความทุ่มเทและพละกำลังที่คุณจะใส่ลงไปในเกมมันก็ไม่เหมือนเดิม"
"แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็ยังคงเคารพเขามากๆ ครับ เขาคือหนึ่งในนักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลคนหนึ่ง"
นั่นเป็นเรื่องที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ ทว่าความยิ่งใหญ่ที่กำลังโรยราของโรนัลโด้นั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนในสนามมองเห็นได้อย่างชัดเจนจนน่าปวดใจ
ยกเว้นแต่มาร์ติเนซเท่านั้น
อดีตผู้จัดการทีมชาติเบลเยียมและเอฟเวอร์ตันแย้งว่า เป็นเพราะตัวริมเส้นของโปรตุเกสสร้างโอกาสให้โรนัลโด้ได้ไม่มากพอ และมันคงเป็นเรื่องบ้ามากหากจะเปลี่ยนตัวดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลในประวัติศาสตร์ฟุตบอลชายระดับนานาชาติออกจากสนาม
แต่ทว่า ประตูสุดท้ายของโรนัลโด้ในทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์ ต้องย้อนกลับไปถึงลูกจุดโทษที่ยิงใส่กานาในนัดเปิดสนามฟุตบอลโลกปี 2022 ซึ่งหากเป็นช่วงที่เขาอยู่ในฟอร์มพีคที่สุด เขาคงจะเปลี่ยนโอกาสกึ่งสำเร็จรูปอย่างน้อยหนึ่งในสองครั้งในช่วงครึ่งหลังให้เป็นประตูได้อย่างแน่นอน
ในเกมที่พบกับคองโก โปรตุเกสมีโอกาสยิงประตูในฟุตบอลโลกน้อยที่สุดในหนึ่งแมตช์ เพียงแค่ 7 ครั้ง ซึ่งเป็นจำนวนที่น้อยที่สุดนับตั้งแต่พวกเขาเคยทำได้เท่ากันในเกมที่แพ้เกาหลีใต้ 1-0 ในรอบแบ่งกลุ่ม จนต้องตกรอบฟุตบอลโลกปี 2002
และพวกเขาอาจจะต้องเผชิญชะตากรรมเดียวกัน หากมาร์ติเนซยังไม่มีความกล้าพอที่จะดรอปโรนัลโด้ไว้ที่ข้างสนาม
กัปตันทีมไม่ใช่ผู้เล่นคนเดียวที่ทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐาน แต่การมีอยู่ของเขา หรือจะเรียกว่าการไร้บทบาทของเขาในเกมนี้ ได้ทำให้รูปแบบการเล่นฟุตบอลของโปรตุเกสดูอืดอาดและคาดเดาทางได้ง่าย
จะมีก็เพียงแค่แฟนบอลในกลุ่มผู้ชมที่ตีตั๋วเข้ามาเพื่อมาดูไอคอนคนนี้เท่านั้น (ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก) ที่จะได้กลับบ้านไปพร้อมกับความสุข
อักเซล ตวนเซเบ้ อดีตกองหลังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้พูดถึงเรื่องราวก่อนเกมว่า โรนัลโด้เคยทำหน้าที่เป็นเหมือนที่ปรึกษาให้เขาในช่วงสั้นๆ ตอนที่โรนัลโด้ย้ายกลับมาค้าแข้งที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เป็นรอบที่สอง
หลังจากที่เขาสามารถหยุดอดีตเพื่อนร่วมทีมรายนี้ได้สำเร็จ ตวนเซเบ้ ซึ่งปัจจุบันเล่นให้กับเบิร์นลีย์ กล่าวว่า "ผมมั่นใจว่าไม่ว่าคริสเตียโนจะเดินทางไปที่ไหน เขาก็จะพัดพาฝูงแฟนบอลจำนวนมหาศาลตามเขาไปด้วยเสมอ"
"เขายังคงมีความหิวโหย เขายังคงต้องการลงเล่น และเขายังคงต้องการแสดงให้ทุกคนเห็นว่าเขาเก่งกาจแค่ไหน"
"ดังนั้น เมื่ออยู่ในกรอบเขตโทษ เขาจึงอยากได้ประตู และเขาต้องการจะไปให้ถึงตัวเลขมหัศจรรย์นั่นคือการยิงครบหนึ่งพันประตู"
"วันนี้เขาคงรู้สึกผิดหวัง แต่นั่นแหละครับ มันคือหน้าที่ของผม"
ตวนเซเบ้ไม่ได้ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีนักในจังหวะที่ เจา เนเวส โหม่งให้โปรตุเกสขึ้นนำไปก่อนภายในเวลา 6 นาทีแรก
แต่นอกเหนือจากจังหวะนั้น เขาก็เหมือนกับเพื่อนร่วมทีมทุกคนที่ต่างทุ่มเทและโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม
ลูกทีมของ เซบาสเตียน เดซาเบรอ สมควรได้รับผลเสมอจากประตูตีไข่แตกของ โยอัน วิสซ่า อย่างไม่มีข้อกังขา ความเป็นซุปเปอร์สตาร์ของโรนัลโด้และชื่อเสียงของเพื่อนร่วมทีมไม่ได้ช่วยอะไรเลยในเกมนี้
ตวนเซเบ้กล่าวเสริมว่า "มันไม่สำคัญหรอกครับ"
"ถ้าคุณลองย้อนไปดูประวัติของผู้เล่นเราหลายๆ คน พวกเขาต่างเติบโตมาจากอคาเดมี่ที่ดีมากๆ"
"ดังนั้น แม้ว่าในระดับลีกสูงสุดของฟุตบอลทีมชุดใหญ่ สโมสรที่พวกเราสังกัดอยู่อาจจะไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังมากนัก แต่พวกเราต่างรู้จักผู้เล่นเหล่านี้ดี เราเคยเจอกับพวกเขามาก่อน ดังนั้นมันจึงไม่ใช่สิ่งใหม่อะไรสำหรับพวกเรา"
"คนส่วนใหญ่อาจจะกาชื่อพวกเราทิ้งไปก่อนที่เกมนี้จะเริ่มขึ้นด้วยซ้ำ เพราะคิดว่าโปรตุเกสคงจะคว้าชัยชนะไปได้อย่างง่ายดาย"
"แต่พวกเราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า พวกเราเป็นทีมที่เคี้ยวไม่ได้ง่ายๆ เลย"
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อต้องเจอกับกองหน้าตัวเป้าที่ผ่านช่วงเวลาที่ดีที่สุดในอาชีพค้าแข้งมาแล้ว
สรุปรายงานข่าว
รายงานข่าวนี้สะท้อนถึงช่วงขาลงในอาชีพค้าแข้งของ คริสเตียโน โรนัลโด้ วัย 41 ปี หลังจากเกมฟุตบอลโลกที่โปรตุเกสเสมอกับคองโก 1-1 โดย เอ็นกาลาเยล มูเกา กองกลางของคองโกออกมาระบุตรงๆ ว่าฝั่งตนไม่ได้เตรียมแผนรับมือโรนัลโด้เป็นพิเศษเพราะสภาพร่างกายของเขาโรยราลงไปมาก แม้จะยังเคารพในความยิ่งใหญ่ในอดีตก็ตาม เกมนี้แสดงให้เห็นว่ารูปแบบการเล่นของโปรตุเกสคาดเดาง่ายและอืดอาดเมื่อมีโรนัลโด้ค้ำในแดนหน้า ซึ่งสถิติระบุว่าโปรตุเกสมีโอกาสยิงรวมกันเพียง 7 ครั้ง น้อยที่สุดในรอบ 24 ปีนับตั้งแต่ปี 2002 ขณะที่ทางฝั่ง อักเซล ตวนเซเบ้ กองหลังคองโก (อดีตเพื่อนร่วมทีมแมนฯ ยูไนเต็ด) เผยว่าโรนัลโด้ยังคงกระหายประตูเพื่อทำสถิติ 1,000 ลูกแต่ต้องผิดหวังในเกมนี้ พร้อมชี้ว่าทีมชาติคองโกพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเขามีดีพอที่จะต่อกรกับทีมยักษ์ใหญ่ และชื่อเสียงเก่าๆ ของโรนัลโด้ไม่สามารถขู่พวกเขาได้อีกต่อไป
|
หัวข้อที่คุณอาจสนใจ :
|
||
|   | ||
|
|
  |
|
|
|
  |
|
|
|
  |
|
|
|
  |
|